ฉนวนกันความร้อน..ตัวช่วยทำให้บ้านเย็น

ฉนวนกันความร้อน..ตัวช่วยทำให้บ้านเย็น

ฉนวนกันความร้อน คืออะไร? 

   อากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านร้อนขึ้นตามไปด้วย “ฉนวนกันความร้อน” จึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการปกป้องบ้านของเราให้เย็นขึ้น ฉนวนกันความร้อนที่ดี จะทำหน้าที่ต้านทานหรือป้องกันไม่ให้พลังงานความร้อนผ่านได้สะดวก โดยทั่วไปฉนวนกันความร้อนจะมีลักษณะเบา และมีคุณสมบัติสกัดกั้นความร้อนให้อยู่ในฟองอากาศ จึงนิยมนำมาใช้ติดตั้งไว้บนโครงหลังคาบ้าน เพื่อลดความร้อนของแสงอาทิตย์ไม่ให้ส่งผ่านเข้ามาในบ้าน จนทำให้บ้านเกิดความร้อน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดตั้งบริเวณฝ้าเพดานได้เช่นกัน ประเภทของฉนวนกันความร้อน สามารถแบ่งออกตามการใช้งานได้ 4 ประเภท ดังนี้ 

1. ฉนวนใยแก้ว (Fiberglass)


   เป็นประเภทฉนวนกันร้อนที่ได้ยินชื่อบ่อย ๆ และมีจำหน่ายในท้องตลาดหลากหลายยี่ห้อ ประกอบไปด้วยใยแก้วเส้นเล็กที่ประสานตัวเกิดเป็นช่องโพรงอากาศ มีแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ปิดทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายในนั่นเอง ทั้งยังช่วยดูดซับเสียง ไม่ลุกติดไฟ ติดตั้งง่าย มีทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น ข้อดีของฉนวนกันความร้อนประเภทนี้ คือ มีน้ำหนักเบา ทนทาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และเหมาะสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย หรืออาคารเชิงพาณิชย์ ข้อเสีย เวลาติดไฟ จะเกิดเป็นแก๊สพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบหายใจหากสูดดมเข้าไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 200-250 บาท

2. ฉนวนโพลียูริเทน (Polyurethane Foam)


   เรียกกันสั้นๆว่า โฟม PU เป็นเทคโนโลยีการฉีดโฟมเพื่อป้องกันความร้อน โดยมีคุณสมบัติป้องกันกันเสียง กันน้ำ กันรั่วซึม และความชื้นได้ เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัญหาเรื่องระบายความร้อน ข้อดี คือ สามารถฉีดติดกับหลังคาได้เลย มีค่าการส่งผ่านความร้อนต่ำ และมีประสิทธิภาพสูง ง่ายต่อการติดตั้ง การเลือกใช้ฉนวนพียูโฟมยังช่วยให้ประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากเป็นฉนวนที่ช่วยป้องกันความร้อน และควบคุมความเย็น ทำให้แอร์ทำงานได้เต็มที่ จึงช่วยประหยัดค่าไฟ แต่ข้อเสีย คือ จะเหมือนกับฉนวนใยแก้ว คือ เวลาติดไฟจะเกิดเป็นแก๊สพิษ แต่จะไม่ลามไฟ และมีจุดหลอมเหลวต่ำ หากโดนอุณหภูมิร้อนจัดอาจทำให้เปลี่ยนสภาพได้ มีราคาแพงกว่าฉนวนประเภทอื่น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 400 บาท

3. ฉนวนโพลีเอทิลีน (Polyethylene)


   ส่วนใหญ่จะเรียกว่า โฟม PE เป็นฉนวนกันความร้อน ที่มีลักษณะเป็นแผ่นเหนียวนุ่ม มีความหนา มีแผ่นฟอยล์บางๆ หุ้มเคลือบผิวอีกหนึ่งชั้น ต้านทานความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา และทนต่อแรงกระแทก อีกทั้งยังทนต่อการกัดกร่อน เป็นอีกรูปแบบฉนวนกันร้อนที่ถูกเลือกมาใช้ในบ้าน และโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะพบเห็นได้บ่อยตามหลังคาห้างสรรพสินค้าและใต้หลังคาเมทัลชีทที่จะมีแผ่นฉนวนชนิดนี้ติดอยู่ใต้แผ่นหลังคา ข้อดี คือ ราคาถูกกว่าฉนวนประเภทอื่น ข้อเสีย เมื่อติดไฟจะเสียสภาพทันที เป็นถ่านดำ แต่ไม่ลามไฟ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 150-200 บาท

4. ฉนวนเยื่อกระดาษ (Cellulose)


   คือ ฉนวนที่ทำจากเยื่อกระดาษที่ผสมกับกาว ฉีดพ่นได้เฉพาะบนฝ้าเพดานและใต้หลังคา เป็นวัสดุประเภทรักษ์โลก ถูกนำมาแปรรูปโดยมีส่วนผสมของ แร่ป้องกันแมลง ป้องกันเชื้อรา มีคุณสมบัติที่สามารถกันความร้อน กันเสียงได้เป็นอย่างดี ข้อดี คือ สามารถเลือกความหนาของเยื่อกระดาษที่พ่นได้ตามต้องการ (ยิ่งหนายิ่งดี) ไม่ลามไฟ ไม่มีสารพิษเจือปน ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม ไม่มีสารก่อมะเร็ง และสามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ข้อเสีย คือ ราคาค่อนข้างแพง ไม่ทนต่อน้ำสักเท่าไหร่ รวมถึงทำไปแล้วรื้อถอนค่อนข้างยาก และเพราะเป็นกาวที่ผสมกับในเยื่อกระดาษจึงไม่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 300 บาท

   จากที่กล่าวมาทั้งหมด หลักเกณฑ์ง่ายๆ ในการเลือกใช้ฉนวนกันความร้อน คือ จะต้องดูที่ความสามารถในการป้องกันความร้อน ป้องกันเสียง ป้องกันการรั่วซึม และปลอดภัยต่อสุขภาพ รวมถึงความหนาของฉนวนอีกด้วยง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราสามารถเลือกใช้ฉนวนได้ตามประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรมีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกใช้ฉนวนกันร้อนที่เหมาะกับบ้าน และงบประมาณของเรา