บ้านทรุด สังเกตง่าย..แก้ไขได้

บ้านทรุด สังเกตง่าย..แก้ไขได้

   บ้าน...เป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนฝันถึง แต่กว่าจะได้บ้านมาเป็นของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และคงไม่มีใครอยากให้บ้านตัวเองเกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะกับปัญหา “บ้านทรุดตัว” ที่อาจเกิดขึ้นได้กับบ้านทุกหลัง โดยมีปัจจัยหลายสาเหตุ เช่น พื้นที่ตั้งของบ้าน ระยะเวลา แรงสั่นสะเทือน น้ำหนักของตัวบ้าน และ ความแข็งแรงของโครงสร้าง เพราะโครงสร้างบ้านส่วนใหญ่ จะถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการอยู่อาศัยตามปกติเท่านั้น แต่ถ้าหากมีการต่อเติมบ้าน ทำชายคา ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถ หรือแม้กระทั่งมีสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเข้ามาเก็บไว้ในบ้าน ก็จะทำให้บ้านมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุดตัว ในวันนี้เรามีสาเหตุ และวิธีการแก้ไข เพื่อเตรียมรับมือ และเฝ้าสังเกตสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกว่าบ้านทรุดเอียง ซึ่งจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจ และนำไปปรับใช้ อย่างไรได้บ้างนั้น ติดตามชมได้เลย

สาเหตุที่ทำให้บ้านทรุด

1. สภาพดิน เนื่องจากพื้นดินนั้นมีหลายลักษณะ ซึ่งมีความอ่อน ความแข็ง ความหนาแน่น แตกต่างกันออกไปโดยทั่วไปแล้วดินที่ใช้ในการสร้างบ้าน สามารถใช้ได้ทั้งดินเปียกและดินแห้ง ซึ่ง ดินแห้ง ถ้ามีการบดอัดดีๆ จะมีการยุบตัวน้อยกว่าดินเปียก เพราะว่า ดินเปียก นั้น มีน้ำปะปนอยู่  จึงทำให้สภาพดินมีความอ่อนนุ่มและทรุดตัวง่ายกว่าดินแห้ง   และอาจจะเป็นโพรงอากาศอยู่ใต้พื้นดิน  ดังนั้นก่อนการก่อสร้างจะต้องคำนึงถึงการบดอัดดินให้แน่น และไม่ให้ดินเกิดการยุบตัวง่าย
2. ระบบฐานราก อย่างที่ทราบกันดี ฐานราก เป็นส่วนสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะนอกจากจะเป็นฐานเริ่มของการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหลังเอาไว้ และเป็นตัวบ่งชี้ว่าบ้านเราทรุดตัวยากหรือง่าย เพราะถ้าหากเสาเข็มหยั่งลึกไม่มากพอ หรือตั้งไม่ตรงกับเสาบ้าน หรือเสาเข็มแต่ละด้านหยั่งอยู่บนดินที่ต่างชนิดกัน และไม่ตรวจสอบชั้นดินให้ดีก่อนลงเสาเข็ม ยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุดเอียงง่ายขึ้นอีกด้วย
3. น้ำหนักของบ้าน โครงสร้างบ้านนั้นถูกออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ประมาณหนึ่ง สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป จะรับน้ำหนักขั้นต่ำอยู่ที่ 150 กก./ตร.ม. ซึ่งตามหลักการคำนวณเพื่อออกแบบโครงสร้างรับน้ำหนัก วิศวกรจะเผื่อน้ำหนักในส่วนนี้ไว้เพื่อความปลอดภัยอีก 1.7-2 เท่าตัว และเผื่อน้ำหนักให้โครงสร้างรับเพิ่มได้อีก 40-70% แต่ถ้ามีการต่อเติมบ้านที่มีน้ำหนักมากเกินไป ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุดตัวได้เช่นกัน

วิธีแก้ปัญหา

1. ติดต่อโครงการขายบ้าน ในกรณีที่ซื้อบ้านใหม่ ผู้ขายจะรับประกันโครงสร้างบ้านให้ผู้ซื้ออย่างน้อย 5 ปี หากเจ้าของบ้านไม่ได้ทำการต่อเติมบ้านที่ผิดเงื่อนไขการรับประกันใดๆ ก็สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายดำเนินการแก้ไขปัญหาบ้านทรุดได้ หากผู้ขายไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา เจ้าของบ้านสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเอาผิดฐานฉ้อโกงได้
2. ปรึกษาวิศวกร ในกรณีที่เป็นบ้านเก่าหรือบ้านที่หมดประกันแล้ว หากบ้านทรุด ไม่ควรประเมินด้วยสายตาและจ้างช่างมาซ่อมเอง แต่ควรติดต่อบริษัทผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรก่อสร้างให้เข้ามาวิเคราะห์สาเหตุ และหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพราะบางครั้งอาจจะต้องขุดพื้นดินเพื่อซ่อมฐานราก หรือใช้เสาดามเพื่อค้ำยันตัวบ้านด้านที่ทรุดเอียง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพบ้านที่เกิดปัญหาด้วย
3. ดีดบ้านเพื่อปรับรากฐาน อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านทรุดได้แบบไม่ต้องทุบบ้านทิ้ง นั่นก็คือ การดีดบ้าน โดยการตัดฐานรากออกจากตัวบ้าน แล้วยกบ้านขึ้นจนลอยตัวเพื่อรื้อฐานรากเก่าออก ก่อนจะประกบตัวบ้านให้ติดกับฐานรากใหม่ ซึ่งการดีดบ้านนั้นมีราคาที่ค่อนข้างแพง ยิ่งบ้านหลังใหญ่ มีน้ำหนักมาก ก็ยิ่งทำได้ยาก และต้องดำเนินการแก้ไขโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะปลอดภัย 

   จากบทความข้างต้น หลายๆคนคงทราบสาเหตุ และวิธีการแก้ไขคร่าวๆแล้ว หากบ้านทรุด ต้องรีบแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย สิ่งที่สำคัญที่สุดในการซ่อมแซมคือการเลือกใช้วิธีแก้ไขที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าของบ้านได้น้อยที่สุด